ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและยา ความแม่นยำ (Precision) และความสะอาด (Hygienic Design) คือหัวใจสำคัญ เทคโนโลยี Servo-Pneumatics จึงก้าวเข้ามาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างความนุ่มนวลของลมเข้ากับความแม่นยำของระบบไฟฟ้า วันนี้เราจะมาเจาะลึกเทคนิคที่วิศวกรควรรู้ครับ
ทำไมต้อง Servo-Pneumatics ในไลน์ผลิตอาหารและยา?
ต่างจากระบบ Pneumatic ทั่วไปที่เคลื่อนที่แบบสุดช่วงชัก (On/Off), ระบบ Servo-Pneumatics ช่วยให้เราสามารถกำหนดตำแหน่ง (Positioning) และแรงกด (Force Control) ได้อย่างละเอียด ซึ่งจำเป็นมากในงานบรรจุภัณฑ์หรืองานที่ต้องสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่เปราะบาง
3 เทคนิคสร้างความเข้าใจเพื่อการประยุกต์ใช้
- ความเข้าใจเรื่อง Closed-loop Control: หัวใจของระบบนี้คือเซนเซอร์วัดระยะทาง (Displacement Encoder) ที่ส่งสัญญาณกลับไปยังคอนโทรลเลอร์ เพื่อปรับวาล์วให้ปล่อยลมอย่างแม่นยำ วิศวกรต้องเข้าใจการปรับค่า Gain เพื่อให้การเคลื่อนที่สมูทที่สุด
- การเลือกใช้วัสดุ Food Grade: สำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหาร ตัวกระบอกสูบและสายลมต้องทนต่อสารเคมีกัดกร่อนจากการล้างทำความสะอาด (CIP/SIP) และต้องใช้จาระบีหล่อลื่นที่เป็น H1 Grade
- การจัดการ Air Quality: เนื่องจากเป็นระบบ Servo วาล์วมีความละเอียดสูงมาก ลมที่ใช้ต้องผ่านการกรองที่ละเอียด (Fine Filter) เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกไปอุดตันวาล์วไฟฟ้า
Pro Tip: การเลือกใช้ Servo-Pneumatics ช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่าระบบทั่วไป เพราะระบบจะจ่ายลมเท่าที่จำเป็นในการรักษาตำแหน่งเท่านั้น
สรุป
การนำ Servo-Pneumatics มาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต (Productivity) แต่ยังช่วยลดอัตราการสูญเสียของสินค้าในกระบวนการบรรจุได้อีกด้วย หากวิศวกรเข้าใจการควบคุมแบบ Closed-loop และมาตรฐานความสะอาด การอัปเกรดไลน์ผลิตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ระบบนิวเมติกส์ไฟฟ้า, วิศวกรรมอาหารและยา, Servo Pneumatics, การควบคุมการผลิต
