ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ความสะอาดของระบบลมอัด (Compressed Air) ไม่ใช่แค่เรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้บริโภค วันนี้เราจะมาเจาะลึก เทคนิคออกแบบระบบลมให้สะอาดตามมาตรฐานอาหารและยา เพื่อให้โรงงานของคุณผ่านมาตรฐาน GMP และ HACCP ได้อย่างมั่นใจ
ทำไมระบบลมอัดต้องสะอาดระดับ Food Grade?
ลมอัดมักมีการสัมผัสโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ เช่น การเป่าขวด การลำเลียงวัตถุดิบ หรือการบรรจุหีบห่อ หากลมอัดมีสิ่งปนเปื้อน เช่น น้ำมัน ฝุ่น หรือเชื้อแบคทีเรีย อาจส่งผลให้สินค้าเน่าเสียหรือเกิดการปนเปื้อนสารเคมีได้
3 องค์ประกอบหลักในการออกแบบระบบลมมาตรฐาน ISO 8573-1
1. การเลือกใช้เครื่องปั๊มลมแบบ Oil-Free
หัวใจสำคัญของ เทคนิคออกแบบระบบลมให้สะอาด คือการลดความเสี่ยงจากต้นทาง การเลือกใช้เครื่องทำลมแห้งและปั๊มลมแบบ Oil-Free (Class 0) จะช่วยการันตีได้ว่าไม่มีละอองน้ำมันปนเปื้อนไปในระบบลมอย่างแน่นอน
2. ระบบกรองอากาศ (Air Filtration System)
การติดตั้งชุดกรองอากาศควรแบ่งเป็นลำดับขั้น (Multistage Filtration) ตั้งแต่ Main Line Filter ไปจนถึง Sterile Filter ในจุดที่ลมสัมผัสกับอาหารโดยตรง เพื่อกำจัดอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อจุลินทรีย์
3. การควบคุมความชื้นด้วย Air Dryer
ความชื้นคือตัวการหลักที่ทำให้เกิดสนิมในท่อและเชื้อรา การใช้ Adsorption Dryer (แบบสารดูดความชื้น) จะช่วยทำค่า Dew Point ได้ต่ำถึง -40°C ซึ่งเป็นระดับที่เชื้อโรคไม่สามารถเจริญเติบโตได้
สรุปแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
- ตรวจสอบและเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด
- เลือกใช้ท่อส่งลมประเภท Stainless Steel เพื่อป้องกันการกัดกร่อน
- ทำการทดสอบคุณภาพลม (Air Quality Test) อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
การลงทุนใน เทคนิคออกแบบระบบลมให้สะอาดตามมาตรฐานอาหารและยา อาจดูมีราคาสูงในตอนต้น แต่เมื่อเทียบกับความเชื่อมั่นของลูกค้าและการไม่ต้องเรียกคืนสินค้า (Product Recall) ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
ระบบลมโรงงาน, มาตรฐานอาหารและยา, ออกแบบระบบลมอัด, ความปลอดภัยอาหาร
