ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารที่เน้นเรื่องความเร็วและความแม่นยำ หลายคนอาจสงสัยว่าระบบ Pneumatics แบบเดิม กับเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Servo-Pneumatics มีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนจะคุ้มค่ากับการลงทุนในสายการผลิตมากกว่ากัน?
1. ระบบ Pneumatics แบบเดิม (Traditional Pneumatics)
ระบบนิวแมติกส์แบบดั้งเดิมทำงานบนหลักการ "เปิด-ปิด" หรือการเคลื่อนที่แบบสุดระยะ (End-to-End) โดยใช้กระบอกสูบและวาล์วควบคุมทิศทาง
- การทำงาน: เคลื่อนที่จากจุด A ไปจุด B โดยไม่สามารถหยุดระหว่างทางได้อย่างแม่นยำ
- ข้อดี: ราคาถูก ซ่อมบำรุงง่าย และทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ต้องฉีดล้าง (Washdown)
- ข้อจำกัด: แรงกระแทกสูงที่ปลายระยะ และปรับเปลี่ยนความเร็วได้ยาก
2. ระบบ Servo-Pneumatics: ความแม่นยำที่เพิ่มขึ้น
Servo-Pneumatics คือการรวมความง่ายของลมเข้ากับความฉลาดของระบบไฟฟ้า โดยเพิ่มตัววัดระยะ (Encoder) และวาล์วควบคุมสัดส่วน (Proportional Valve) เข้ามา
- การทำงาน: สามารถหยุดกระบอกสูบที่ตำแหน่งใดก็ได้ (Multi-positioning) และควบคุมความเร็ว/แรงกดได้อย่างละเอียด
- ข้อดี: ลดแรงกระแทก (Cushioning) ช่วยป้องกันบรรจุภัณฑ์อาหารเสียหาย และประหยัดพลังงานกว่า
ตารางเปรียบเทียบ: เลือกแบบไหนให้โรงงานอาหาร?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Pneumatics แบบเดิม | Servo-Pneumatics |
|---|---|---|
| การควบคุมตำแหน่ง | เฉพาะจุดเริ่มต้นและจุดจบ | หยุดได้ทุกจุดตามต้องการ |
| การควบคุมความเร็ว | ปรับด้วยมือ (Manual) | โปรแกรมอัตโนมัติ (Software) |
| ความนุ่มนวล | มีแรงกระแทกสูง | เคลื่อนที่นุ่มนวล ลดความเสียหาย |
สรุปเลือกใช้อย่างไร?
หากเป็นงานคัดแยกทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน Pneumatics แบบเดิม ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าต้องการเพิ่ม Productivity ในไลน์บรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความนุ่มนวลและความหลากหลายของขนาดสินค้า Servo-Pneumatics คือคำตอบที่จะช่วยลดต้นทุนในระยะยาวได้ดีที่สุด
นิวแมติกส์, เซอร์โวนิวแมติกส์, โรงงานอาหาร, ระบบอัตโนมัติ
