ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารปัจจุบัน "ความเร็ว" และ "ความแม่นยำ" คือกุญแจสำคัญ เทคนิคควบคุมความเร็วแบบแปรผัน (Variable Speed Control) จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการจัดการสายพานการผลิตแบบความเร็วสูง เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร
ทำไมระบบความเร็วสูงต้องใช้เทคนิคแบบแปรผัน?
การทำงานของเครื่องจักรในอุตสาหกรรมอาหารมักเจอกับความท้าทายเรื่องน้ำหนักผลิตภัณฑ์ที่ไม่เท่ากัน หรือจังหวะการบรรจุที่ต้องสอดประสานกัน การใช้ Inverter (VFD) หรือ Servo Drive ช่วยให้ผู้ควบคุมสามารถปรับจังหวะการทำงานให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตได้แบบ Real-time
ข้อดีของการใช้ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน
- ลดการสูญเสีย (Minimize Waste): การออกตัวและหยุดที่นุ่มนวลช่วยลดการหกกระเด็นของอาหาร
- ประหยัดพลังงาน: ปรับรอบมอเตอร์ให้เหมาะสมกับภาระงานจริง ไม่ต้องรันเต็มกำลังตลอดเวลา
- ยืดอายุเครื่องจักร: ลดแรงกระแทกในระบบส่งกำลัง (Soft Start/Stop)
เทคนิคสำคัญในการประยุกต์ใช้
เทคนิคที่นิยมใช้ในงานอาหารความเร็วสูงคือการใช้ PID Control ร่วมกับเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง เพื่อให้การปรับความเร็วเป็นไปอย่างอัตโนมัติ เช่น ในสายพานลำเลียงขวดหรือการบรรจุลงซองที่ต้องการความแม่นยำระดับมิลลิวินาที
การเลือกใช้เทคนิคควบคุมความเร็วแบบแปรผันที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดผลิต แต่ยังหมายถึงการรักษาความสดใหม่และโครงสร้างของอาหารให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค
