ในการออกแบบระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม หลายคนมักนึกถึงแรงดันมาตรฐานที่ 6-7 Bar แต่ในความเป็นจริง การใช้ Standard Pneumatics กับงานแรงดันต่ำ (Low Pressure) เป็นเทคนิคที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดการสึกหรอของอุปกรณ์ได้อย่างมหาศาล
ทำไมต้องใช้แรงดันต่ำในงาน Pneumatics?
งานประเภทการหยิบจับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การเป่าทำความสะอาด หรือการควบคุมวาล์วขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้แรงดันสูงเสมอไป การปรับมาใช้แรงดันในช่วง 1-3 Bar นอกจากจะช่วยลดค่าไฟแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของซีลยางในกระบอกสูบอีกด้วย
อุปกรณ์สำคัญสำหรับระบบแรงดันต่ำ
- Precision Regulators: อุปกรณ์ควบคุมแรงดันที่ต้องการความละเอียดสูง เพื่อให้แรงดันคงที่แม้จะจ่ายลมในระดับต่ำ
- Low-Friction Cylinders: กระบอกสูบประเภทแรงเสียดทานต่ำ เพื่อให้ลูกสูบเคลื่อนที่ได้แม้มีแรงดันลมเพียงเล็กน้อย
- Large Port Valves: โซลินอยด์วาล์วที่มีรูระบายกว้างเพื่อลดการสูญเสียแรงดัน (Pressure Drop)
เทคนิคการปรับแต่งเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
การใช้ Standard Pneumatics ในงานแรงดันต่ำนั้น สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ "Static Friction" หรือแรงเสียดทานสถิต หากแรงดันลมต่ำเกินไปจนชนะแรงเสียดทานไม่ได้ กระบอกสูบจะเกิดอาการกระตุก (Stick-slip effect) ดังนั้น การเลือกใช้สารหล่อลื่นที่เหมาะสมและสายลมที่มีขนาดพอดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ
สรุปข้อดีของการใช้แรงดันต่ำ
- ลดการใช้พลังงานของปั๊มลม (Air Compressor)
- ลดความร้อนสะสมในระบบ
- เพิ่มความปลอดภัยในการทำงานกับชิ้นส่วนที่เปราะบาง
